ล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% จบจริงหรือ? เผยความเข้าใจผิดที่ทำให้น้ำดื่มโรงงานปนเปื้อน

ล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% แล้วจบจริงหรือ? ทำไมน้ำดื่มโรงงานยังปนเปื้อน

สารบัญ

  1. บทเรียนมาลีกรุ๊ป : ล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% ค่า TPC ยังพุ่งสูงแตะ 5,520 CFU/mL?
    1.1 ค่า TPC (Total Plate Count) คืออะไร
    1.2 ค่า TPC ใช้ตรวจวัดอะไร?
    1.3 เปิด 6 บริเวณจุดอับภายในระบบ ที่เป็นต้นเหตุให้พบค่า TPC สูงผิดปกติ
    1.4 ความจริงที่น่าตกใจ : สารฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูงอย่างคลอรีน 10% ก็เอาไม่อยู่
  2. ทำไมล้างคลอรีน 10% ค่า TPC ยังไม่ผ่าน?
    2.1 ทำไมระบบกรอง UF 5 ขั้นตอนเดิม จึงไม่เพียงพอต่อการควบคุมค่า TPC?
    2.2 คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และทางออกที่ยั่งยืน
  3. ทำไมเมื่อเพิ่มชุด UV 11 วัตต์ ค่า TPC ถึงผ่านเกณฑ์มาตรฐานทันที?
    3.1 ทำไมระบบกรองทำงานร่วมกับ UV แล้วถึงมีประสิทธิภาพสูงสุด?
    3.2 พิสูจน์ด้วยผลการทดสอบจริง (Proof of Concept)
  4. สรุปบทเรียนจากเคสศึกษา : ทางออกที่ถูกต้องสำหรับการควบคุมคุณภาพน้ำดื่ม

1. บทเรียนมาลีกรุ๊ป : ล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% แต่ค่า TPC ยังพุ่งสูงแตะ 5,520 CFU/mL?

ทางทีมงานบริษัท สยามคูลเลอร์ มาร์ท แอนด์ เซอร์วิส ได้เดินทางเข้าไปให้บริการล้างทำความสะอาดตู้กดน้ำดื่ม สแตนเลส 2 ก๊อก ความจุแท้งค์น้ำ 33 ลิตร ซึ่งตัวตู้น้ำมีหัวก๊อกตุ๊กตาทองเหลือง 2 ก๊อก และมีแกนก๊อกเป็นพลาสติก รวมทั้งสิ้น 16 ตู้ โดยระบบกรองน้ำก่อนเข้าตู้เป็นเครื่องกรองน้ำ ระบบ UF 5 ขั้นตอน (PP, Carbon, Resin, UF, Post Carbon)

อย่างไรก็ตาม จากผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (Microbiological Report) กลับพบว่า จุดตรวจโดยส่วนใหญ่ เจอค่า TPC เกินเกณฑ์มาตรฐาน 500 CFU/mL โดยบางจุดตรวจพบค่าสูงถึง 4,240 – 5,520 CFU/mL ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อสุขอนามัยของผู้บริโภค

บริเวณติดตั้งตู้กดน้ำดื่ม สแตนเลส มีขาตั้ง
สอดแปรงล้างขวดขนาดเล็ก เข้าไปขัดภายในท่อทางน้ำเข้าของตู้กดน้ำ
สวมถุงมือยางสีฟ้า ใช้มือขัดทำความสะอาดภายในถังพักน้ำของตู้กดน้ำ

1.1 ค่า TPC (Total Plate Count) คืออะไร

ค่า TPC คือ ค่าที่ใช้วัดจำนวนจุลินทรีย์รวมทั้งหมด (แบคทีเรียที่มีชีวิต) ในตัวอย่างน้ำ อาหาร หรือเครื่องดื่ม โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงเชื้อในจานเพาะ 

  • หน่วยวัด : CFU/mL (Colony Forming Unit per Milliliter) หมายถึง จำนวนโคโลนีของแบคทีเรียที่เจริญเติบโตบนจานเพาะต่อน้ำ 1 มิลลิลิตร
  • ตัวอย่าง : ค่า TPC 100 CFU/mL หมายถึง พบจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตได้ประมาณ 100 โคโลนีต่อตัวอย่างน้ำ 1 mL

1.2 ค่า TPC ใช้ตรวจวัดอะไร?

ค่า TPC เป็นตัวชี้วัดความสะอาดทางจุลชีววิทยาของน้ำ เพื่อประเมินว่า :

  • น้ำมีความสะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่
  • ระบบการกรองน้ำและการฆ่าเชื้อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
  • มีการปนเปื้อนซ้ำของจุลินทรีย์ในระบบจ่ายน้ำหรือไม่
  • ใช้ควบคุมคุณภาพในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานผลิตน้ำดื่ม / โรงงานอาหาร สถานพยาบาล และระบบ RO, DI, UF

ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคทั่วไป (เช่น เกณฑ์ของการประปานครหลวง หรือคู่มือมาตรฐานน้ำดื่ม) กำหนดให้ค่า TPC (Total Plate Count) หรือจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด (Heterotrophic Bacteria) ต้องไม่เกิน 500 CFU/mL ถึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์และยอมรับได้ในด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

สรุปสั้นๆค่า TPC คือจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในตัวอย่าง ใช้เป็นตัวชี้วัดความสะอาดทางจุลชีววิทยาของน้ำหรืออาหาร

กรณีศึกษา (Case Study) : ตัวอย่างรายงานผลตรวจ Microbiological Report of Water (บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด)

ผลทดสอบค่า TPC ก่อนล้างตู้น้ำ ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

จากการเก็บตัวอย่างน้ำดื่มเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ก่อนเข้ารับบริการล้างทำความสะอาดตู้กดน้ำดื่มโดยทีมงาน สยามคูลเลอร์ มาร์ท แอนด์ เซอร์วิส พบว่ามีตู้กดน้ำดื่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาล (กำหนดไว้ไม่เกิน 500 CFU/mL) จำนวน 3 จุดสำคัญที่สูงผิดปกติหลายเท่ามากๆ ดังนี้ :

  • ตู้น้ำดื่ม เบอร์ 1: ตรวจพบค่า TPC สูงถึง 5,520 CFU/mL (เกินมาตรฐานกว่า 11 เท่า)
  • ตู้น้ำดื่ม เบอร์ 7: ตรวจพบค่า TPC สูงถึง 4,240 CFU/mL (เกินมาตรฐานกว่า 8 เท่า)
  • ตู้น้ำดื่ม เบอร์ 17: ตรวจพบค่า TPC สูงถึง 4,320 CFU/mL (เกินมาตรฐานกว่า 8 เท่า)

วิเคราะห์ผลการตรวจ : ตัวเลขค่า TPC ที่พุ่งสูงผิดปกติในตู้ทั้ง 3 จุดนี้ เป็นดัชนีชี้วัดชัดเจนว่า เกิดการสะสมและขยายตัวของจุลินทรีย์อย่างรุนแรงบริเวณปลายทางระบบจ่ายน้ำ เช่น ถังพักน้ำ 33 ลิตร ท่อน้ำภายในตู้ และบริเวณหัวก๊อกจ่ายน้ำ ซึ่งเป็นจุดอับที่ต้องการการฟื้นฟูสุขอนามัยอย่างถูกวิธี

1.3 เปิด 6 บริเวณจุดอับภายในระบบ ที่เป็นต้นเหตุให้พบค่า TPC สูงผิดปกติ

แม้ระบบกรองน้ำต้นทางจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คุณภาพน้ำดื่มปลายทางอาจตกมาตรฐานได้จากปัจจัยความเสี่ยงใน 6 จุดสำคัญ ดังนี้ :

1. หัวก๊อกจ่ายน้ำและแกนก๊อก (Point of Dispense)

สาเหตุ : เป็นจุดสัมผัสปลายทางที่ต้องเผชิญกับความชื้น อากาศ ละอองน้ำ และการสัมผัสจากผู้ใช้งานตลอดเวลา ทำให้เกิดคราบเมือกจุลินทรีย์สะสมบริเวณแกนก๊อกและปลายก๊อกได้ง่ายที่สุด

สัญญาณเตือน : มักพบค่า TPC สูงมากในน้ำกดแก้วแรก (First-draw water) หรือพบคราบเมือก ตะกรัน หินปูน และคราบดำบริเวณปลายก๊อกจ่ายน้ำ

2. เดินท่อส่งน้ำภายในตู้ไม่เหมาะสม (Internal Piping & Blind Spots)

สาเหตุ : การใช้ท่อน้ำยาวเกินไป มีจุดอับ น้ำไหลเวียนไม่สะดวก น้ำค้างนิ่งนาน หรือท่อคดงอ จะเปิดโอกาสให้แบคทีเรียยึดเกาะผิวท่อและเพิ่มจำนวนได้ จนเกิดเป็นชั้นเมือกชีวภาพ (Biofilm) แม้น้ำที่ผ่านการกรองจะสะอาดบริสุทธิ์ แต่เมื่อไหลผ่านท่อที่มีไบโอฟิล์ม ค่า TPC ก็จะพุ่งสูงขึ้นทันที

3. ถังพักน้ำเย็นภายในตู้ (Water Storage Tank)

สาเหตุ : ตู้น้ำจะมีแท้งค์พักน้ำขนาดใหญ่ (เช่น ขนาด 33 ลิตร) หากล้างทำความสะอาดไม่ทั่วถึง มีตะกอนค้าง หรือมีการใช้งานน้อย น้ำจะค้างนิ่งอยู่ในถังเป็นเวลานานจนอุณหภูมิไม่คงที่ ส่งผลให้แท้งค์พักกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียชั้นดี

4. ขั้นตอนการล้างตู้น้ำที่ไม่เจาะลึกถึงชิ้นส่วนภายใน (Incomplete Sanitization Process)

สาเหตุ : การล้างทำความสะอาดตู้น้ำที่เน้นเฉพาะโครงสร้างภายนอก แต่ไม่ได้ถอดอุปกรณ์ภายในมาแช่น้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะทาง เช่น หัวก๊อกน้ำ, แกนก๊อกพลาสติก, ท่อส่งน้ำ, ถังพัก และจุดต่อสาย ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ฝังแน่นยังคงหลุดรอดออกมาปนเปื้อนในน้ำดื่มได้

5. สภาวะน้ำค้างระบบจากการใช้งานน้อย (Stagnant Water Effect)

สาเหตุ : ตู้กดน้ำที่มีการใช้น้ำน้อย เช่น ตู้น้ำในพื้นที่หยุดทำการช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้ำดื่มจะค้างนิ่งอยู่ในท่อและถังพักนานเกินไป สภาวะน้ำนิ่งนี้จะเร่งให้แบคทีเรียแบ่งตัวขยายจำนวนแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ต่างจากตู้ที่มีน้ำไหลเวียนสม่ำเสมอ

6. การปนเปื้อนสะสมจากระบบน้ำต้นทาง (Upstream Contamination)

สาเหตุ : ปัญหาค่า TPC สูงไม่ได้เกิดจากตู้กดน้ำ ไส้กรองน้ำ หรือเครื่องกรองน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากน้ำต้นทางก่อนเข้าตู้มีความสกปรกสะสมสูง เช่น ถังเก็บน้ำสำรองของอาคารปนเปื้อน, ระบบกรองส่วนกลางเสื่อมสภาพ, ท่อจ่ายน้ำหลักมีไบโอฟิล์ม หรือน้ำประปาไม่มีปริมาณคลอรีนอิสระหลงเหลืออยู่เลย (Zero Chlorine Residual)

1.4 ความจริงที่น่าตกใจ : สารฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูงอย่างคลอรีน 10% ก็เอาไม่อยู่

ในการแก้ไขปัญหาระยะแรก ทางทีมงานได้ทดลองล้างฆ่าเชื้อระบบน้ำดื่มทั้งหมดด้วย สารละลายคลอรีนความเข้มข้นสูงถึง 10% ซึ่งโดยทั่วไป คลอรีนเข้มข้นระดับนี้มีฤทธิ์เดชในการทำลายเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้สูงกว่า 99.9% (นิยมใช้ในงานฆ่าเชื้อขั้นสูง เช่น ระบบประปา สระว่ายน้ำ บำบัดน้ำเสีย ตลอดจนการฆ่าเชื้อในห้องปฏิบัติติการ)

แต่ผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาหลังการล้าง กลับยังคง “ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน” TPC

ผลลัพธ์นี้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า “ต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดจากการล้างตู้กดน้ำไม่สะอาด”แล้วเกิดจากอะไร ติดตามในหัวข้อถัดไปครับ

คลอรีนเข้มข้น 10%

รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าด้วยการตรวจวัดค่าจุลินทรีย์รวม (HPC/TPC) ในน้ำดื่ม ความสำคัญของการควบคุมเชื้อแบคทีเรีย และการประเมินความปลอดภัยของน้ำดื่มในระบบประปาและตู้กดน้ำ WHO – Heterotrophic Plate Counts and Drinking-water Safety

 

2. ทำไมล้างด้วยคลอรีน 10% แล้ว ค่า TPC ปลายทางยังคงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน?

แม้ทีมงานของสยามคูลเลอร์ฯจะเข้าดำเนินการล้างตู้น้ำดื่มด้วยสารละลายคลอรีนความเข้มข้นสูงถึง 10% อย่างละเอียดครอบคลุมทุกจุด ทั้งถังพักน้ำ 33 ลิตร ท่อน้ำภายใน แกนก๊อก และหัวก๊อกจ่ายน้ำ แต่ผลวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยากลับพบว่า ค่า TPC ก็ยังคงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์และสุขาภิบาลน้ำดื่มที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ คือ การล้างทำความสะอาดตู้กดน้ำ (Sanitization) กับ การฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่มระหว่างการใช้งานจริง (Disinfection at Point of Use) เป็นคนละกระบวนการกันอย่างสิ้นเชิง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ความแตกต่างของการล้าง การทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อโรค จาก MedlinePlus

2.1 ทำไมระบบกรอง UF 5 ขั้นตอนเดิม จึงไม่เพียงพอต่อการควบคุมค่า TPC?

หากระบบกรองน้ำหรือเครื่องกรองน้ำที่เลือกใช้ ไม่สอดคล้องกับสภาวะการใช้งานจริงและคุณภาพน้ำปลายทาง ต่อให้ล้างทำความสะอาดตู้กดน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้ค่า TPC (Total Plate Count) ผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน

กรณีของ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด ที่ใช้งานเครื่องกรองน้ำระบบ UF 5 ขั้นตอน มาโดยตลอด ถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของระบบกรองรูปแบบเดิม ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ : 

  • กลไกการกรอง vs การทำลายเชื้อโรค :

ไส้กรอง UF (Ultrafiltration) ทำหน้าที่เพียงดักจับและกรองจุลินทรีย์ออกจากน้ำตามขนาดกรอง แต่ไม่มีคุณสมบัติในการใช้แสงเพื่อฆ่าหรือทำลายเซลล์ของจุลินทรีย์ในน้ำเหมือนกับเทคโนโลยีแสงอุลตราไวโอเลต (UV) ครับ

  • วัฏจักรการปนเปื้อนซ้ำหลังการล้าง :

แม้จะล้างตู้น้ำดื่มจนสะอาดแล้ว แต่เมื่อเปิดให้น้ำไหลเข้าระบบอีกครั้ง น้ำยังคงต้องเดินทางผ่านไส้กรอง UF และชิ้นส่วนส่งน้ำต่างๆ ภายในตู้ก่อนจะออกสู่หัวก๊อก หากมีจุลินทรีย์หลุดรอดเยื่อกรองมาได้แม้เพียงเล็กน้อย หรือเกิดการสะสมและเพิ่มจำนวนขึ้นในระหว่างที่น้ำพักค้างอยู่ในระบบ ก็ส่งผลให้ค่า TPC ปลายทางพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานทันที

2.2 คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และทางออกที่ยั่งยืน :

ข้อมูลจาก CDC อธิบายว่า “การกรองน้ำ (Filtration)” และ “การฆ่าเชื้อโรค (Disinfection)” เป็นกระบวนการจัดการจุลินทรีย์ที่มีกลไกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การที่จะควบคุมคุณภาพน้ำดื่มให้ได้มาตรฐานสูงสุด จำเป็นต้องบูรณาการทั้ง 2 วิธีเข้าด้วยกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน (Multiple Barrier Approach)

ด้วยเหตุนี้ สยามคูลเลอร์ มาร์ท แอนด์ เซอร์วิส จึงนำเสนอ Solution การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและยั่งยืน ด้วยการติดตั้งชุดหลอดฆ่าเชื้อ UV ขนาด 11 วัตต์ เพิ่มเติมที่ปลายทาง ยกระดับระบบกรองเดิมให้กลายเป็น “ระบบกรอง UF + UV รวม 6 ขั้นตอน” เพื่อดักทำลายเชื้อจุลินทรีย์แบบ Real-time ก่อนจ่ายน้ำลงสู่แก้วผู้บริโภคทุกครั้ง

3. ทำไมเมื่อเพิ่มชุด UV 11 วัตต์ ค่า TPC ถึงผ่านเกณฑ์มาตรฐานทันที?

การติดตั้งชุดหลอดฆ่าเชื้อ UV ขนาด 11 วัตต์ เพิ่มเติมที่ปลายทาง คือ “หัวใจสำคัญ” ของการแก้ปัญหาน้ำดื่มในเคสนี้อย่างแท้จริง โดยเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างลำดับการกรองใหม่ ดังนี้ :

เครื่องกรองน้ำ UF 5 ขั้นตอน → ชุดหลอด UV 11W → หัวก๊อกจ่ายน้ำปลายทาง

ด้วยโครงสร้างใหม่นี้ น้ำดื่มทั้งหมดจะถูกกรองเอาสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ออกด้วยระบบ UF ก่อน จากนั้นจึงไหลผ่านลำแสง UV เพื่อทำการฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจ่ายออกไปให้ผู้ใช้งาน

3.1 ทำไมระบบกรองทำงานร่วมกับ UV แล้วถึงมีประสิทธิภาพสูงสุด?

  1. เติมเต็มส่วนที่ระบบกรองทำไม่ได้ (UF = กรอง, UV = ฆ่าเชื้อ) : ระบบกรอง UF ทำหน้าที่ดักจับและสกัดสิ่งปนเปื้อนทางกายภาพ ขณะที่ชุด UV ทำหน้าที่ยิงแสงฆ่าเชื้อและทำลายจุลินทรีย์ที่หลุดรอดอยู่ในน้ำโดยตรง
  2. เกิดพลังเสริมซึ่งกันและกัน (Synergy Effect) : ข้อมูลจาก CDC ระบุอย่างชัดเจนว่า ระบบ UV สามารถใช้ฆ่าเชื้อและลดจำนวนจุลินทรีย์ในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการที่น้ำได้รับการกรองเบื้องต้นผ่าน UF มาก่อน จะช่วยให้น้ำมีความใส ไม่มีตะกอนบังลำแสง ทำให้แสง UV ส่องทะลุทำลายเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

หากเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างเครื่องที่มี UV กับไม่มี UV จะเห็นได้ชัดเจนว่า แม้ผ่านไส้กรอง UF มาแล้ว แต่ก็ยังคงมีจุลินทรีย์หลงเหลืออยู่ในระดับที่ส่งผลให้ค่า TPC ตกมาตรฐาน การเพิ่มชุด UV เข้ามาจึงเป็นตัวช่วยกำจัดและลดจำนวนจุลินทรีย์ส่วนที่หลุดรอดนั้นลงจนอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

3.2 พิสูจน์ด้วยผลการทดสอบจริง (Proof of Concept)

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ทางทีมงานสยามคูลเลอร์ฯ ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบคุณภาพน้ำปลายทางด้วย 2 เงื่อนไข ดังนี้ :

วิธีที่ 1 : ล้างตู้ด้วยน้ำยา Q-PLUS + เก็บน้ำผ่านระบบที่มีชุด UV

  • กระบวนการ : ล้างทำความสะอาดตู้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียสำหรับอุปกรณ์ครัวและพื้นผิวทั่วไป (Q-PLUS) แล้วติดตั้งชุด UV เพิ่มเติม
  • ผลการทดสอบ : ไม่ว่าจะเก็บตัวอย่างน้ำผ่านไส้กรองโดยตรง หรือเก็บน้ำจากหัวก๊อกตู้น้ำ ผลตรวจค่า TPC ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด

วิธีที่ 2 : ล้างตู้ด้วยน้ำยา Q-PLUS + เก็บน้ำผ่านระบบที่ไม่มียูวี (ไม่มี UV)

  • กระบวนการ : ล้างทำความสะอาดตู้ด้วยน้ำยา Q-PLUS ด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่ไม่มีการติดตั้งชุด UV ปลายทาง
  • ผลการทดสอบ : ไม่ว่าจะเก็บตัวอย่างน้ำจากไส้กรอง หรือจากหัวก๊อกตู้น้ำ ผลตรวจค่า TPC ก็ยังคงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด
น้ำยา Q-PLUS (คิว-พลัส)
ถังเก็บน้ำสแตนเลสที่เทน้ำยาคิว-พลัสเพื่อล้างตู้น้ำ

สาเหตุที่ทางเรานำน้ำยา Q-PLUS มาใช้ล้างตู้กดน้ำที่ Malee Group ร่วมด้วย เพราะได้ไอเดียมาจากลูกค้ารายอื่น ซึ่งก็คือวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ส่ง TOR มาให้ทางสยามคูลเลอร์ มาร์ท แอนด์ เซอร์วิส ล้างตู้น้ำโดยใช้น้ำยา Q-PLUS (คิว-พลัส)

เป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสำหรับวัสดุอุปกรณ์ เช่น มีด เขียง ตะแกรง หรือพื้นผิวทั่วไป ผนังในห้องครัว ห้องอาหาร หรือบริเวณที่ต้องการฆ่าเชื้อ สามารถลดปริมาณเชื้อ Coliform Bacteria และ Escherichia coli (E. coli) ได้ครับ และทำให้สแตนเลสมีความเงางามมากขึ้นด้วย

ข้อสรุปจากการทดสอบ :

ผลการทดสอบทั้ง 2 วิธีเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ลำพังเพียงการล้างทำความสะอาดตู้กดน้ำและการใช้ไส้กรอง UF เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการควบคุมสุขอนามัย แต่การเพิ่มชุด UV 11 วัตต์ คือปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้คุณภาพน้ำดื่มผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาได้อย่างเด็ดขาดครับ

ภาพด้านล่างคือผลทดสอบ Microbiological Report of Water ของบริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หลังจากมีการติดตั้งชุดฆ่าเชื้อ UV จากตู้น้ำดื่ม เบอร์ 1 ครับ ก่อนล้างมีค่า TPC อยู่ที่ 5,000 แต่หลังจากติดตั้งชุดฆ่าเชื้อ UV และล้างแท้งค์น้ำด้วยน้ำยา Q-PLUS ก็ลดลงจนเหลือ 4 กับ 6 ครับ

ผลทดสอบค่า TPC Micrological ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

4. สรุปบทเรียนจากเคสศึกษา : ทางออกที่ถูกต้องสำหรับการควบคุมคุณภาพน้ำดื่ม

กรณีศึกษานี้สามารถสรุปบทบาทและหน้าที่ของแต่ละขั้นตอนในระบบได้อย่างชัดเจน ดังนี้ :

  • การล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% : ทำหน้าที่ทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในโครงสร้างตู้กดน้ำและอุปกรณ์
  • ระบบกรองน้ำ UF 5 ขั้นตอน : ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรก ตะกอน สารเคมี รวมถึงดักจับจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ออกจากน้ำดื่มต้นทาง
  • ชุดหลอดฆ่าเชื้อ UV 11 วัตต์ : ทำหน้าที่ดักฆ่าและจัดการจุลินทรีย์ที่ยังคงหลุดรอดอยู่ในน้ำอีกครั้งอย่างเฉียบขาดก่อนจ่ายน้ำออกสู่ผู้ใช้งาน

ข้อสรุปสำคัญ : การที่ใช้ระบบกรอง UF 5 ขั้นตอน ร่วมกับการล้างตู้น้ำด้วยคลอรีน 10% แล้ว แต่ผลตรวจจำนวนจุลินทรีย์รวมทั้งหมดที่มีชีวิต (ค่า TPC หรือ Total Plate Count) ยังคงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้แปลว่าการล้างตู้กดน้ำด้วยคลอรีน 10% ไม่ได้ผล

แต่ผลลัพธ์นี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกใช้ระบบกรองน้ำแบบเดิมยังไม่ครอบคลุมกับคุณภาพน้ำ ณ จุดใช้งานจริง จึงยังไม่เพียงพอที่จะควบคุมจำนวนจุลินทรีย์ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน

CDC – About Home Water Treatment Systems คู่มือจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำเกี่ยวกับระบบกรองและปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มในครัวเรือน ประเภทของไส้กรอง และวิธีเลือกใช้ระบบให้เหมาะสม

ป้อมปราการด่านสุดท้ายเพื่อความปลอดภัยสูงสุด :

เมื่อทำการติดตั้ง ชุดฆ่าเชื้อ UV เพิ่มเติมเป็นขั้นตอนที่ 6 จะเปรียบเสมือนการสร้าง “ป้อมปราการด่านสุดท้าย” ที่ทำหน้าที่ดักทำลายจุลินทรีย์ในน้ำแบบ Real-time ก่อนไหลถึงหัวก๊อกจ่ายน้ำ จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ช่วยลดค่า TPC ลงจน ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาได้สำเร็จ 100% เมื่อระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามที่ออกแบบไว้ครับ

หมายเหตุ : อย่างไรก็ตาม ทางเราและมาลีกรุ๊ปจำเป็นต้องรอระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อเข้าไปล้างตู้น้ำดื่มแบบสตรีมเมอร์ (จุดเดือด 100 องศาเซลเซียส) และเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อส่งไปวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (Microbiological Report) ใหม่อีกครั้งว่ามีค่า TPC อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ เพื่อความมั่นใจในสุขอนามัยและความปลอดภัยต่อผู้บริโภคครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *